คาเฟอีนใส่ได้ไม่เกินเท่าไร? สรุปกฎหมาย อย. ล่าสุดสำหรับเครื่องดื่มคาเฟอีน

เครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนเป็นหมวดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมาก ทั้งในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง/เครื่องดื่มเพิ่มพลังงาน และเครื่องดื่มฟังก์ชันบางประเภท
แต่ก่อนจะพัฒนาสูตรและทำฉลาก จุดสำคัญที่ต้อง “ล็อกให้ชัด” คือ ปริมาณคาเฟอีนที่อนุญาต และวิธีการ “นับรวมคาเฟอีน” ตามแนวทาง อย.
เครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน (ตามแนวทาง อย.) ครอบคลุมอะไรบ้าง?
เอกสารแนวทาง “คำแนะนำการใช้ส่วนประกอบในเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน” ระบุการยื่นขอเลขสารบบอาหารสำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ ครอบคลุม
- ชนิดเหลว (ทุกขนาดบรรจุ)
- ชนิดเจล ที่มีขนาดบรรจุ ไม่น้อยกว่า 100 มิลลิลิตร
คาเฟอีนใส่ได้ไม่เกินเท่าไร?
ตามบัญชีแนบท้ายแนวทาง อย. สำหรับเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน กำหนดไว้ชัดเจนว่า
- ไม่เกิน 50 มิลลิกรัม ต่อหน่วยบรรจุ
ต้องนับคาเฟอีนจาก “ทุกแหล่ง” และนับรวมทั้งสูตร
อีกจุดที่พลาดกันบ่อยคือ หลายสูตรไม่ได้เติม “คาเฟอีนสังเคราะห์” ตรง ๆ แต่ได้คาเฟอีนจากวัตถุดิบ/สารสกัดอื่น
แนวทาง อย. ระบุว่า ปริมาณคาเฟอีนในผลิตภัณฑ์ต้องคำนวณ “รวมจากทุกส่วนประกอบที่ให้คาเฟอีน” เพื่อให้คาเฟอีนรวมต่อหน่วยบรรจุไม่เกินเพดาน
- คาเฟอีนสังเคราะห์ (Caffeine Anhydrous)
- สารสกัดชาเขียวที่มี “จุดมุ่งหมายให้คาเฟอีน” (กำหนดให้สารสำคัญเป็นคาเฟอีนมากกว่าหรือเท่ากับ 30%)
ตัวอย่างการคำนวณคาเฟอีนให้ไม่เกิน 50 มก./หน่วยบรรจุ
สมมติคุณทำเครื่องดื่ม 1 หน่วยบรรจุ = 1 ขวด 250 มล. แล้วมีคาเฟอีนมาจาก 2 แหล่ง
- คาเฟอีนสังเคราะห์ 35 มก.
- คาเฟอีนจากสารสกัดชาเขียว (คำนวณออกมา) 12 มก.
- คาเฟอีนรวมต่อขวด = 35 + 12 = 47 มก. (ผ่าน เพราะไม่เกิน 50 มก./หน่วยบรรจุ)
- คาเฟอีน “รวม” ต้องไม่เกิน 50 มก./หน่วยบรรจุ
- ถ้าใช้หลายแหล่ง (คาเฟอีน + ชา/กาแฟ/กัวรานา ฯลฯ) ให้รวมทั้งหมดก่อน
- เก็บหลักฐานการคำนวณ (สูตร + สเปควัตถุดิบ/CoA) ไว้สำหรับงานเอกสารและการยื่นขออนุญาต
นอกจากคาเฟอีนแล้ว ใส่ส่วนประกอบอะไรได้บ้าง?
แนวทาง อย. ยังให้รายการส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ใช้ร่วมในเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนได้ พร้อม “ช่วงปริมาณที่อนุญาตต่อหน่วยบรรจุ”
เช่น วิตามินบีต่าง ๆ, นิโคตินาไมด์, อิโนซิทอล, กลูโคโรโนแลคโตน, ทอรีน เป็นต้น (ขึ้นกับการออกแบบสูตรและประเภทผลิตภัณฑ์)
สำหรับผู้ประกอบการ: ทำไมควรให้โรงงาน OEM ช่วยดูแลเรื่องกฎหมายและเอกสาร?
การทำเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนไม่ได้จบแค่รสชาติ เพราะต้องควบคุม “เพดานคาเฟอีน” และตรวจความสอดคล้องของส่วนประกอบ/ปริมาณต่อหน่วยบรรจุ
โรงงานที่มีทีม R&D และทีมเอกสารจะช่วยทำให้กระบวนการตั้งแต่พัฒนาสูตร → เตรียมข้อมูล → ยื่นขอเลขสารบบอาหาร เป็นระบบและเร็วขึ้น
SiamCannery ให้บริการรับผลิตเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนแบบ OEM / ODM พร้อมช่วยดูแลการออกแบบสูตรให้สอดคล้องแนวทาง อย. และช่วยเตรียมข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการยื่นเอกสาร
สรุป
- แนวทาง อย. ระบุคาเฟอีนในเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน: ไม่เกิน 50 มก./หน่วยบรรจุ
- ต้องคำนวณคาเฟอีน “รวมจากทุกส่วนประกอบที่ให้คาเฟอีน”
- เริ่มจากกรอบกฎหมายที่ถูกต้อง จะช่วยให้พัฒนาสูตรได้ไว ลดความเสี่ยงเรื่องเอกสาร และออกสินค้าได้เร็วขึ้น
เอกสารอ้างอิง
- บัญชีหมายเลข 1 แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง “คำแนะนำการใช้ส่วนประกอบในเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน” (ลงวันที่ ตุลาคม พ.ศ. 2565)
